Create a Joomla website with Joomla Templates. These Joomla Themes are reviewed and tested for optimal performance. High Quality, Premium Joomla Templates for Your Site

  • งานวิจัยแปลงปลูก

    งานวิจัยหลังการเก็บเกี่ยว

  • งานวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์

    งานวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์

  • งานวิจัยหลังการเก็บเกี่ยว

    งานวิจัยหลังการเก็บเกี่ยว

งาม้อน Perilla

 

ชื่อวิทยาศาสตร์: Perilla frutescens (L.) Britton

วงศ์: Lamiaceae

ชื่อไทย:  งาขี้ม้อน

ชื่อท้องถิ่น:  งาขี้ม้อน, งาปุก(คนเมือง), ง้า(ลั้วะ), นอ(กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน
กะเหรี่ยงเชียงใหม่) - งามน (เงี้ยว – แม่ฮ่องสอน) แง (กาญจบุรี) นอ (กะเหรี่ยง – แม่ฮ่องสอน)
น่อง (กะเหรี่ยง – กาญจนบุรี)

ลักษณะทาง พฤกษศาสตร์:

ไม้ล้มลุก ตั้งตรง สูง 50 – 150 ซม. ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมมน ๆ ระหว่างเหลี่ยมเป็นร่อง แตกกิ่ง
ก้านสาขา มีกลิ่นหอม มีขนยาวละเอียดสีขาวปกคลุมหนาแน่น เมื่อโตเต็มที่ ที่โคนต้นเกลี้ยง
ส่วนโคนต้นและโคนกิ่งแข็ง ใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปไข่หรือกลม กว้าง 2 – 8 ซม.
ยาว 3 – 9.5 ซม. ปลายใบเรียวแหลมหรือแหลมเป็นติ่งยาว โคนใบกลม ป้าน หรือตัด ขอบใบ
จักแบบฟันเลื่อย สีเขียวอ่อน ด้านล่างสีอ่อนกว่าด้านบน มีขนทั้งสองด้าน ตามเส้นใบมีขนหนาแน่น

ด้านล่างมีต่อมน้ำมัน ก้านใบยาว 10 – 45 มม. มีขนยาวหนาแน่น ดอก ออกเป็นช่อกระจะ ตามง่ามใบและที่ยอด ริ้วประดับดอกย่อย รูปไข่กว้าง 2.5 – 3.2 มม. ยาว 3 – 4 มม. ไม่มีก้าน โคนริ้วประดับกลมกว้าง ขอบเรียบ มีขน ปลายเรียวแหลม ด้านดอกย่อยยาวประมาณ 1.5 มม.
มีขนสีขาวปกคลุมหนาแน่น กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ยาวประมาณ 2 มม. ปลายแยกเป็นแฉกแหลม 5 แฉก แฉกกลางด้านบนสั้นกว่าแฉกอื่น ๆ
มีเส้นตามยาว 10 เส้น ด้านนอกมีขนและมีต่อน้ำมัน ด้านในมีขนยาวเรียงเป็นวงรอบปากหลอด เมื่อดอกเจริญไปเป็นผลแล้ว
กลีบเลี้ยงจะใหญ่ขึ้น กลีบดอกสีขาว เชื่อมติดกันเป็นหลอดทรงกระบอก ปลายแยกเป็นปาก ยาว 3.5 – 4 มม. ด้านนอกมีขนด้านในมีขนเรียงเป็นวงอยู่
กึ่งกลางหลอด ปากบนปลายเว้าเล็กน้อย ปากล่างมี 3 หยักปลายมนหยักกลางใหญ่ กว่าหยักอื่น ๆ และเฉพาะหยักนี้ด้านในมีขน เวลาดอกบานกลีบ
นี้จะกางออก เกสรเพศผู้มี 4 อัน เรียงเป็นคู่ คู่บนสั้นกว่าคู่ล่างเล็กน้อย ก้านเกสรเกลี้ยง อับเรณูมี 2 พู ด้านบนติดกันด้านล่างกางออก จานดอกเห็นชัด
รังไข่ยาวประมาณ 3 มม. มีพูกลม ๆ 4 พู ก้านเกสรเพศเมีย ยาว 2.6 – 3 มม. ปลายแยกเป็น 2 แฉก ไม่มีขน ผล รูปไข่กลับ ขนาดเล็ก ยางประมาณ 2 มม.
แข็ง สีน้ำตาลหรือสีเทา มีลายรูปตาข่าย

ใบ: ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปไข่หรือกลม กว้าง 2 – 8 ซม. ยาว 3 – 9.5 ซม. ปลายใบ
เรียวแหลมหรือแหลมเป็นติ่งยาว โคนใบกลม ป้าน หรือตัด ขอบใบจักแบบฟันเลื่อย

สีเขียวอ่อน ด้านล่างสีอ่อนกว่าด้านบน
มีขนทั้งสองด้าน ตามเส้นใบมีขนหนาแน่น ด้านล่างมีต่อมน้ำมัน ก้านใบยาว 10 – 45 มม.
มีขนยาวหนาแน่น

   ดอก: ดอก ออกเป็นช่อกระจะ ตามง่ามใบและที่ยอด ริ้วประดับดอกย่อย รูปไข่
กว้าง 2.5 – 3.2 มม. ยาว 3 – 4 มม. ไม่มีก้าน โคนริ้วประดับกลมกว้าง ขอบเรียบ มีขน
ปลายเรียวแหลม ด้านดอกย่อยยาวประมาณ 1.5 มม. มีขนสีขาวปกคลุมหนาแน่น
กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ยาวประมาณ 2 มม. ปลายแยกเป็นแฉกแหลม 5 แฉก แฉกกลางด้านบนสั้นกว่าแฉกอื่น ๆ มีเส้นตามยาว 10 เส้น
ด้านนอกมีขนและมีต่อน้ำมัน ด้านในมีขนยาวเรียงเป็นวงรอบปากหลอด เมื่อดอกเจริญไปเป็นผลแล้ว กลีบเลี้ยงจะใหญ่ขึ้น กลีบดอกสีขาว เชื่อมติดกัน
เป็นหลอดทรงกระบอก ปลายแยกเป็นปาก ยาว 3.5 – 4 มม. ด้านนอกมีขนด้านใน มีขนเรียงเป็นวงอยู่กึ่งกลางหลอด ปากบนปลายเว้าเล็กน้อย
ปากล่างมี 3 หยัก ปลายมนหยักกลางใหญ่ [7] กว่าหยักอื่น ๆ และเฉพาะหยักนี้ด้านในมีขน เวลาดอกบานกลีบนี้จะกางออก เกสรเพศผู้มี 4 อัน
เรียงเป็นคู่ คู่บนสั้นกว่าคู่ล่างเล็กน้อย ก้านเกสรเกลี้ยง อับเรณูมี 2 พู ด้านบนติดกัน ด้านล่างกางออก จานดอกเห็นชัด รังไข่ยาวประมาณ 3 มม. มีพูกลม ๆ 4 พู ก้านเกสรเพศเมีย ยาว 2.6 – 3 มม. ปลายแยกเป็น 2 แฉก ไม่มีขน

ผล: ผล รูปไข่กลับ ขนาดเล็ก ยางประมาณ 2 มม. แข็ง สีน้ำตาลหรือสีเทา มีลายรูปตาข่าย

สรรพคุณ / การใช้ประโยชน์: - เมล็ด นำไปคั่ว แล้วตำ รับประทานโดยนำไปคลุกกับข้าวเหนียว (คนเมือง,ลั้วะ)
เมล็ด นำไปคั่วใส่ในน้ำพริก หรือตำแล้วคลุกกับข้าว เหนียวรับประทาน (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน)

 เมล็ด นำมาคั่วแล้วใช้ตำกินกับข้าวเหนียวผสมเกลือหรือใช้ทำขนมก็ได้ (ลั้วะ)
เมล็ด นำไปคั่ว แล้วตำผสมกับน้ำพริกหรือตำคลุกข้าว เหนียวนึ่งไว้รับประทาน เรียกว่า มิโตพิ (กะเหรี่ยงเชียงใหม่)


 - ใบ และ ยอดอ่อน ใช้แต่งรสอาหาร แก้ไอ แก้หวัดและช่วยย่อย
น้ำมันสกัดจากเมล็ดงาม้อนใช้ปรุงอาหารได้ บำรุงร่างกาย อุดมด้วยโอเมก้า 3 จากพืช บำรุง สมอง ช่วยในเรื่องความจำ 
ต้าน อาการภูมิแพ้ ยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสะ